สืบภาค 1 สนธิกำลังชุดสืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา”รวบ”เอส วัดตูม”

0
159

สืบภาค 1 สนธิกำลังชุดสืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยาตามรวบ“เอส”วัดตูม ทำแผนประกอบคำสารภาพหลังยิงนักร้องสาวบาดเจ็บและสาวประเภทสองจนเสียชีวิต


วันที่ 26 มีนาคม 62 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1(สส.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.1 สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมประชุมสั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่เร่งรัดสอบพยานแวดล้อมพร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียงจนทราบว่านาย เอส และ นาย โอ๋ เป็นผู้ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับนายกานต์ หรือ เอส มีวงษ์สม อายุ 30 ปีชาว จว.พระนครศรีอยุธยา(มือปืน)และนาย จุมพล หรือ โอ๋ นาคนาคา อายุ 34 ปีชาวจว.พระนครศรีอยุธยา โดยทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านไม่มีเลขที่ ม.2 ต.วัดตูม อ.พระนครศรีอยุธยา จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยของกลางเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ใช้ก่อเหตุแล้วนำมาซุกซ่อนอยู่ในป่าข้างบ้าน

พล.ต.ต.ธนายุตม์ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 เวลา 16.30 น.ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ อุดมรักษ์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยาได้รับแจ้งเกิดเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 รายที่บริเวณร้านส้มตำครัว 2 พี่น้องบริเวณริมถนนสายเส้น 347 มุ่งหน้าเข้าปทุมธานี ม.5 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จว.พระนครศรีอยุธยา พบผู้บาดเจ็บจำนวน 2 รายในจุดที่เกิดเหตุ คือ น.ส.เพ็ชลัดดา เจริญวัย อายุ 43 ปีอยู่บ้านเลขที่ 18/1 ม.1 ต.ลุมพลี อ.พระนครศรีอยุธยา จว.พระนครศรีอยุธยา มีอาชีพเป็น นักร้องตามร้านอาหาร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.9 มม.เข้าที่บริเวณชายโครงขวา ทะลุ ท้องและใต้คางทะลุปาก และนายอัมรินทร์ (ยามั้ล)ลำภา อายุ 35 ปีอยู่บ้านเลขที่ 10/4 ม.6 ต.ลุมพลี อ.พระนครศรีอยุธยา จว.พระนครศรีอยุธยาเป็นชายลักษณะเป็นสาวประเภทสอง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.9 มม.บริเวณกกหูซ้าย 1 นัด และ ขาข้างซ้าย 1 นัด อาการสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.พระนครศรีอยุธยาทั้ง 2 ราย แต่นายอัมรินทร์ (ยามั้ล)ลำภา อายุ 35 ปี ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

พล.ต.ต.ธนายุตม์ กล่าวว่าจากการสอบสวนนาย เอส และนาย โอ๋ ได้ให้การรับสารภาพว่าชนวนของการก่อเหตุครั้งนี้สืบเนื่องมาจากตนและนางสาวเพ็ชรลัดดา เคยทำงานอยู่ที่เดียวกันและเคยคบหากันอยู่ในกลุ่ม จนกระทั่งมีปัญหาทะเลาะเบาะแวงกันจนทำให้นางสาวเพ็ชรลัดดาได้ไปแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ตนเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นที่ร้านทำเฟอร์นิเจอร์ขายไผ่สานที่พวกตนทำงานอยู่ จึงโกรธแค้น จนกระทั่งวันที่เกิดเหตุ ตนได้ขับรถจักรยานยนต์ มาที่ร้านขาย ไม้ไผ่สาน และเห็นว่านางสาวเพ็ชรลัดดา นั่งอยู่ที่ร้าน ส้มตำ ซึ่งตนตั้งใจว่าจะยิงนางสาวเพ็ชรลัดดาแต่จังหวะที่ยิงเข้าไปนั้น นายอัมรินทร์ นั่งบังนางสาว เพ็ชรลัดดา อยู่จึงทำให้ถูกลูกหลง ถูกยิงจนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนนางเพ็ชรลัดดา ตนกระตามมายิงซ้ำแต่กระสุนปืนขัดลำกล้องตนจึงรีบวิ่งกลับไปเอารถจักรยานยนต์ แล้วขับหลบหนีไป

พล.ต.ต.สุภธีร์ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัว นายกานต์ หรือ เอส มีวงษ์สม อายุ 30 ปี (มือปืน)และนายจุมพล นาคนาคา อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพจำนวน 3 จุด โดยจุดแรกคือที่บริเวณร้านขายไม้ไผ่สานซึ่งเป็นจุดที่นายกานต์ (เอส) และนายจุมพล (โอ๋) ขับรถจักรยานยนต์มาจอด แล้วสังเกตเห็นว่าผู้บาดเจ็บและผู้ตายนั่งอยู่ที่ร้านส้มตำ ห่างกันประมาณ 100 เมตร และเดินมายังจุดที่ 2 ซึ่งห่างจากร้านส้มตำประมาณ 10 เมตร ได้ใช้อาวุธปืน ยิงเข้ามาจุดที่ผู้บาดเจ็บและผู้ตายนั่ง อยู่บนโต๊ะม้าหินจำนวน 4 นัดถูกนายอัมรินทร์จำนวน 2 นัด และนางเพ็ชรลัดดาจำนวน 2 นัด จากนั้นเดินมายังจุดที่ 3 จุดที่นายกานต์ (เอส) และนายจุมพล (โอ๋) เดินมาหวังยิงนางเพ็ชรลัดดาซ้ำอีก 1 นัดแต่อาวุธปืนเกิดขัดลำกล้องเสียก่อน จึงรีบวิ่งกลับไปเอารถจักรยานยนต์ แล้วขับหลบหนีไป
โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า”ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ร่วมกันพยายามฆ่า,ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองและหมู่บ้าน”
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมคัดค้านการประกันตัว

ข้อมูลจาก
http://www.newsreportnakhonpathominside.com